o๕

ธรรมโอวาท
( หลวงปู่ถิร ฐิตธมฺโม )

จิตคนเราเหมือนลิง ชอบดิ้นกระสับกระส่าย จับไม่อยู่
และฝึกยาก พระท่านจึงให้เรา “โอปนยิโก” คือให้น้อมพิจารณาที่ตัวเรา
เพื่อจะได้ เห็นตัวเรา ให้เพียรรักษาจิต
ปลูกฝังรักษาจิตของเรา ให้มีศีล มีธรรม
ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อจะได้เกิดบุญ กุศล มีจิตที่ฉลาด มีปัญญาพิจารณา
รู้เหตุ รู้ผล ที่เกิดในจิต รู้กรรม
ผลของกรรมที่เกิดขึ้น ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของร่างกายสังขารที่เป็นอยู่ ให้เพียร
รักษาจิตอยู่กับ “พุทโธ” ไม่ปล่อยไปตามอารมณ์ต่างๆ คือกิเลส ที่ทำให้จิตเศร้าหมอง
โลกมีแต่ความวุ่นวาย ความทุกข์ โลภ โกรธ หลง เราต้องละ วาง ปลง สิ่งเหล่านี้
สละความตระหนี่ในใจออกไป จิตเราก็จะแจ่มใสมีความสุข

การประพฤติปฏิบัติ ของพระสงฆ์ต้องให้อยู่ในธรรมวินัย ต้องรู้ว่าอะไรถูกต้อง อะไร
อยู่ในธรรมวินัย อะไรทำให้เกิดความเศร้าหมอง อะไรควรละเว้น และอะไรควรนำออก
จากจิตใจ พระสงฆ์จึงต้องตรวจดูตนเองด้วยการปฏิบัติภาวนาให้ละกิเลส ตัณหา มานะ
ทิฐิในจิตออกไป อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปตามพรรษาที่มากขึ้นโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร
เมื่อประพฤติอยู่ในธรรมวินัยด้วยความจริงใจแล้ว ผลที่ได้คือ จะทำให้จิตใจสงบ บริสุทธิ์
ผ่องใส เหมือนพระอริยะเจ้าที่ท่านปฏิบัติ

ชาติคือความเกิดที่เป็นทุกข์ โดยจิตของเราไปยึดถือเอาสิ่งสมมุติว่าเป็นตัวตน เป็นเราเป็นเขา
โดยทั่วไปจิตของคนมักชอบส่งไปภายนอกตัว ให้หลงลืมทุกข์ ลืมวันคืนไป จิตจะมี
มานะทิฐิจึงมองไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นไฟในวัฏสังสาร คือราคะ โทสะ โมหะ ความเกิด
ความแก่ ความเจ็บ และความตาย ทำให้ชีวิตหลงไปกับสิ่งเหล่านี้ การภาวนาจึงให้น้อมจิต
เข้ามาพิจารณาให้จิตมองเห็นความจริง เพื่อละตัวเหตุ ตัวสมมุติ ที่ทำให้เกิดทุกข์ โดยให้
ระลึกอยู่กับ “พุทโธ” ซึ่งจะเป็นเครื่องแก้สมมุติ ข่มสมมุติ ทำให้เรารู้เห็นตัวสมมุติ ที่เรา ไปหลงอยู่