o๔

ธรรมโอวาท
( หลวงปู่ถิร ฐิตธมฺโม )

การบำเพ็ญเพียรภาวนา เป็นการทำให้จิตมีสติอย่างต่อเนื่อง
การที่ไม่มีความต่อเนื่องเพราะเราอยู่ใต้อำนาจของกิเลส
จึงมีแต่ความเกียจคร้าน มักง่าย
เราต้องเพียรรักษาจิตไม่ให้คิดไปตามอารมณ์ต่างๆ ทั้งในอดีต และอนาคต
พิจารณาให้เห็น ให้รู้เฉพาะตัวของเราในปัจจุบันเท่านั้น
การภาวนาอยู่กับ “พุทโธ” เป็นการฝึกหัดจิตให้มีสติสัมปัชัญญะ รู้ตัวของตัวเอง
ถ้าไม่กำหนด จิตของเราจะเลื่อนลอย ฟุ้งไปไม่มีจุดหมายปลายทาง
วิ่งวนอยู่กับภพชาติ คือ ความเกิด ความตาย ไม่มีจุดจบ
การภาวนาทำให้วงเวียนภพชาติสั้นเข้า น้อยลง
เมื่อจิตสงบ จะรู้เห็นว่าทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นแล้วดับไป
มีแต่ความทุกข์ ไม่มีตัวตน ไม่มีความเที่ยง
จิตจะเกิดความสลดสังเวชที่เรียกว่า “ธรรมสังเวช”
สลดในความเป็นจริงที่จิตเข้าไปรู้ ไปเห็นนั้น

การทำบุญ คือ การทำจิตใจให้เป็นบุญกุศล
หมายถึงว่า ต้องทำด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ
เช่น การให้ทาน เป็นการเสียสละ ให้ความตระหนี่ถี่เหนียวที่จิตใจของเราเบาบางลง
การภาวนา เป็นการทำใจให้เป็นกุศล เราต้องทำอย่างจริงใจ เต็มใจ
คือ ต้องไม่มีความบกพร่อง หรือบาปเกิดขึ้นในจิต เราจึงจะได้บุญกุศล มีความสุข
การทำบุญ ถ้าเป็นการทำไปตามโลกนิยม หรือประเพณีโดยไม่ได้ทำจากจิตแล้ว
ถือว่าไม่ใช่การทำบุญที่แท้จริง ผู้ทำก็จะไม่ได้บุญกุศล หรืออาจจะเกิดบาปแทนก็ได้

ผู้ที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้รักษาศีล มีศีลจริงๆ
ต้องเป็นผู้ที่มี “เจตนาในการละเว้น”
ศีลที่เราตั้งใจจะรักษาจึงจะสมบูรณ์