ปางที่ ๒๑
ปางประทานเอหิภิกขุ

 

 

ลักษณะของพระพุทธรูปปางนี้

อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา
พระหัตถ์ขวายกขึ้นตั้ง ฝ่าพระหัตถ์ตรงออกไป งอนิ้วพระหัตถ์ลงหน่อย  
เป็นกิริยาทรงกวักจนบางแห่งดัดเรียกว่า พระพุทธกวัก

พระพุทธรูปปางนี้ มีตำนาน ดังนี้

เมื่อพระโกณฑัญญะ ได้ธรรมจักษุแจ่มแจ้งในธรรม สิ้นความสงสัยดำรงมั่นอยู่ในอริยคุณ
ชั้นพระเสขะเบื้องต้น จัดเป็นพระอริยะบุคคลชั้นพระโสดาบันแล้ว จึงได้ทูลขออุปสมบท
ในพระธรรมวินัยของสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาทรงอนุญาตให้ท่านเป็นภิกษุในธรรม
วินัยนี้ด้วยพระวาจาว่า "เอหิ ภิกขุ" เป็นอาทิ ความว่า "ท่านจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมเรากล่าวดีแล้ว
ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด"
ด้วยวาจาที่ตรัสเพียงเท่านี้
พระโกณฑัญญะก็สำเร็จเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา

การอุปสมบทอย่างนี้ เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" พระบรมศาสดาทรงเป็นพระอุปัชฌายะโดยเฉพาะ
และเป็นครั้งแรกที่พระองค์ทรงทำ ทรงเป็นพระอุปัชฌายะองค์แรก

พระพุทธจริยาที่พระบรมศาสดาทรงเป็นพระอุปัชฌายะ ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่พระโกณฑัญญะ
ซึ่งเป็นสิทธิวิหาริกองค์แรกของพระองค์ จัดเป็นนิมิตรมงคลอันดีของพระสงฆ์สาวกที่เจริญรุ่งเรือง
สืบมาจนบัดนี้ เป็นให้สร้างพระพุทธรูปปางนี้ เรียกว่า "ปางประทานเอหิภิกขุ"

ในวันต่อมา พระบรมศาสดาทรงเทศนาสั่งสอน พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และ พระอัสสชิ
ด้วยปกินกเทศนา ให้ท่านทั้ง รูป ได้บรรลุพระโสดาปัตติผล แล้วทรงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา
ให้ท่านทั้ง รูป เป็นพระภิกษุในพระธรรมวินัย ครั้นวันแรมค่ำ เดือนได้ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร
โปรดพระปัญจวัคคีย์ภิกษุทั้ง รูป นั้นได้บรรลุพระอรหัตต์ เป็นพระอเสขะอริยบุคคล ซึงดำรงอยู่ในอริยผล
สูงสุดในพระพุทธศาสนา นับเป็นพระสาวกที่ทรงอรหัตตสมบัติชุดแรกของพระบรมศาสดา .

 


จบตำนานพระพุทธรูป ปางประทานเอหิภิกขุ แต่เพียงนี้ .